“รมช.กลาโหม” ลงพื้นที่ปัตตานี สานความร่วมมือภาครัฐ - ประชาชน แก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน

     (16 ก.ค. 68) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ความคืบหน้าในการปฏิบัติงานของฝ่ายความมั่นคง และขับเคลื่อนกลไกสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยมี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคงในพื้นที่ และผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เข้าร่วมหารือย่างพร้อมเพรียง
     พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ตั้งใจมารับฟังข้อมูลต่าง ๆ ครอบคลุมทุกมิติด้วยตนเอง ทั้งด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมอย่างรอบด้าน เพื่อสามารถจัดเตรียมข้อพิจารณาและข้อเสนอแนะ สำหรับแนวทางบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม รวมทั้ง พลังสังคมจากทุกภาคส่วน โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และให้เกิดความประสานสอดคล้องเกื้อกูลกันในแต่ละมิติ 
     ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือ การมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า การส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา สร้างความเข้าใจ และสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน สนับสนุนการพัฒนาชุมชนเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อการถูกชักจูงไปในทางที่ผิด การเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหา ทั้งยังมีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การสร้างงาน สร้างรายได้ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาการศึกษาและสาธารณสุข ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาและบริการด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งทางสังคม อีกสิ่งที่สำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อย การปราบปรามผู้กระทำผิด บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิดกฎหมาย 

รมช.กลาโหม เร่งผลักดันแผน กอ.รมน.ส่งมอบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ฝ่ายปกครอง ภายในปี 2570
     พลเอก ณัฐพล กล่าวภายหลังจากการประชุมติดตามความมั่นคง ว่า ขณะนี้กำลังเร่งรัดแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ในการส่งมอบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กับฝ่ายปกครองภายในปี 2570 โดยเน้นย้ำถึงความพร้อมและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยรัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่อย่างยิ่ง และได้หารือถึงความคืบหน้าของแผนงานการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งเหลือเวลาอีกประมาณ 2 ปีเศษ จากการบรรยายสรุป เห็นถึงความมั่นใจในความพร้อมของทุกหน่วยงานในพื้นที่ และคาดการณ์ว่าพื้นที่น่าจะมีความพร้อมในระดับหนึ่ง ภายในปี 2570 อย่างไรก็ตาม จะมีการประเมินอีกครั้ง เมื่อใกล้ถึงกำหนดเพื่อพิจารณาความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ให้กระทรวงมหาดไทย
     ส่วนปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของความปลอดภัยในพื้นที่ คือ "พื้นที่ปลอดภัย" หากทั้ง 37 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความปลอดภัยในระดับปกติ หรือสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ นั่นจะถือเป็นความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ทุกคนในพื้นที่ร่วมรับผิดชอบในความมั่นคงและความปลอดภัย ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ไปจนถึงประชาชนในพื้นที่เอง เพื่อให้เกิดความมั่นคงที่ยั่งยืน ทั้งนี้ จะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ โดยตนเองจะมาเยี่ยม กอ.รมน.ภาค 4 สน. อย่างน้อยทุก 2-3 เดือน เพื่อติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิด
     สำหรับจุดแข็งด้านการประสานงานในปัจจุบัน คือความใกล้ชิดของการประสานงานระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการได้ดีอยู่แล้ว แต่จะมีการเพิ่มมาตรการด้านการข่าว โดยได้หารือกับทางจังหวัด เพื่อให้ฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับอำเภอขึ้นไป มีกลไกการข่าวเป็นของตนเอง ซึ่งจะแตกต่างจากปัจจุบันที่เข้าใจว่าฝ่ายทหารหรือฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ดังนั้น ฝ่ายปกครองจะต้องมีกลไกการข่าวที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ที่สามารถแจ้งเตือนก่อนเกิดเหตุได้ 
     ในส่วนของการพูดคุยเพื่อสันติสุขนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังพิจารณาในระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ว่า กลไกการพูดคุยมี 2 ระดับ คือ ระดับพื้นที่และระดับประเทศ หากการพูดคุยในระดับพื้นที่ประสบความสำเร็จ อาจไม่จำเป็นต้องใช้กลไกในระดับประเทศเสมอไป แต่จะต้องมีการประเมินอีกครั้ง 
     จากนั้น พลเอก ณัฐพล พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เข้ากราบนมัสการเจ้าอาวาส และพบปะพูดคุย นำความห่วงใยจากรัฐบาลมาสู่พี่น้องชาวไทยพุทธในพื้นที่ และได้เดินทางต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พบปะ พูดคุย และหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้นำศาสนาอิสลาม โดยพลเอก ณัฐพล ย้ำว่าการพบปะพูดคุยครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้นำศาสนาในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่น


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar