(30 ธ.ค. 68) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปและแนวทางปฏิบัติในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สนง.กกต.) เสนอ โดยขอให้กระทรวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการดำเนินงานของ กกต. ในการดำเนินการดังกล่าว เพิ่มเติมจาก มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (เรื่อง แนวทางปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร และเรื่องการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่)
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร และแจ้งมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งการดำเนินการกรณีมีการจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและมีมติเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปโดยให้ กระทรวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการดำเนินงานดังกล่าว เพิ่มเติม ดังนี้
1. ให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่วางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดสำหรับการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
2. ให้การสนับสนุนสถานที่เพื่อใช้เป็นหน่วยออกเสียง
3. ขอความร่วมมือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการช่วยตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทุกแห่งว่ามีความพร้อมสำหรับให้บริการคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ หรือไม่ โดยเฉพาะครั้งนี้ที่มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้น
4. ให้การสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป จากรัฐบาลและสำนักงบประมาณเพื่อให้เพียงพอต่อการดำเนินการต่าง ๆ
5. กรณีสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ให้หน่วยงานของรัฐ จัดยานพาหนะ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้งและนำกลับไปจากที่เลือกตั้ง
6. กรณีสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ให้จัดให้มีการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังมีมติอนุมัติการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 7,824,040,100 บาท ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เสนอ ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ประชุมได้อนุมัติหลักการการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และให้รับความเห็นของกระทรวงการคลังไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป
อีกทั้ง เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงได้เผยแพร่เอกสารเพื่อให้ประชาชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้าใจการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ความเหมือนหรือความแตกต่างการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ
1. คุณสมบัติผู้มีสิทธิการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ คุณสมบัติผู้มีสิทธิการออกเสียงประชามติ เหมือนกัน คือ
1) มีสัญชาติไทย ถ้าเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง
3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
2. บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และ บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิออกเสียงประชามติ เหมือนกัน คือ
1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
3. วันออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง และ วันออกเสียงประชามติ เหมือนกัน คือ
- วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
4. วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า และ วันลงคะแนนออกเสียงประชามติ แตกต่างกัน ดังนี้
วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า
- นอกเขตเลือกตั้ง / ในเขตเลือกตั้ง ต้องลงทะเบียนวันที่ 20 ธ.ค. 68 - 5 ม.ค. 69
- ลงคะแนนเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 (ณ สถานที่ที่ท่านลงทะเบียนไว้)
วันลงคะแนนออกเสียงประชามติ
- ไม่มีวันลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า
- มีการออกเสียงนอกเขตออกเสียง ต้องลงทะเบียนวันที่ 3 - 5 ม.ค. 69
- ลงคะแนนออกเสียงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 (ณ สถานที่ที่ท่านลงทะเบียนไว้)
5. การลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และ การลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักร แตกต่างกัน ดังนี้
การลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
- ต้องลงทะเบียนวันที่ 20 ธ.ค. 68 - 5 ม.ค. 69 การลงคะแนนเลือกตั้ง ตามสถานที่และวิธีการที่แต่ละประเทศกำหนด (สถานทูต)
- บัตรเลือกตั้ง ส่งบัตรเลือกตั้งมานับคะแนนในประเทศไทย (ตามเขตเลือกตั้ง)
การลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักร
- ต้องลงทะเบียนวันที่ 3 - 5 ม.ค. 69
- การลงคะแนนออกเสียง ตามสถานที่และวิธีการที่แต่ละประเทศกำหนด (สถานทูต)
- บัตรออกเสียง บัตรออกเสียงจะนับคะแนนในต่างประเทศ หลังจากปิดการลงคะแนนเวลา 17.00 น. (เวลาในประเทศไทย)
- ต้องนับคะแนนให้เสร็จสิ้นภายใน 48 ชั่วโมง (หลังจากปิดการลงคะแนนในประเทศไทย)
6. หน่วยเลือกตั้ง / สถานที่เลือกตั้ง และ หน่วยออกเสียง / สถานที่ออกเสียง เหมือนกัน คือ
- ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (กกต. เขต) ประกาศกำหนด
7. การแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และ การแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิในการออกเสียง มีความแตกต่างกัน ดังนี้
การแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
- ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน ระหว่างวันที่ 1 - 7 กุมภาพันธ์ 2569
- หลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ระหว่างวันที่ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2569
การแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิในการออกเสียง
- ก่อนวันออกเสียง หลังวันประกาศรายซื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ระหว่างวันที่ 14 มกราคม - 7 กุมภาพันธ์ 2569
- หลังวันออกเสียง ระหว่างวันที่ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2569
8. หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และ หากไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิดังต่อไปนี้
1. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภา ฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
4. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5. ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
หมายเหตุ ลำดับที่ 1 – 4 เหมือนกัน แต่ลำดับที่ 5 แตกต่างคือ หากไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิการเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีขอความเห็นชอบในการออกเสียง ตามมาตรา 9 (5)
ทั้งนี้ การจำกัดสิทธิให้มีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง / ออกเสียง ครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิ (เหมือนกัน)
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 - 17.00 น. มีรายละเอียด ดังนี้
1. ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ (กรณีปกติ) ต้องไปใช้สิทธิฯ ในวันที่ 8 ก.พ. 69 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ (ตามทะเบียนบ้าน) ได้รับบัตร 3 ใบ ดังนี้ 1. บัตรเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 2. บัตรเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ และ 3. บัตรออกเสียงประชามติ
2. มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนขอใช้ สิทธิเลือกตั้ง สส. (ล่วงหน้า) ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 68 ถึงวันที่ 5 ม.ค. 69 ต้องไปใช้สิทธิฯ ในวันที่ 1 ก.พ. 69 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ สถานที่ที่ท่านลงทะเบียนไว้ ได้รับบัตร 2 ใบ ดังนี้ 1. บัตรเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 2. บัตรเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ
3. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ระหว่างวันที่ 3 - 5 ม.ค. 69 ต้องไปใช้สิทธิฯ ในวันที่ 8 ก.พ. 69 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ สถานที่ที่ท่านลงทะเบียนไว้ ได้รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ
4. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียน สส. ตามข้อ 2 และไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 1 ก.พ. 69 ณ สถานที่
ที่ท่านลงทะเบียนแต่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามติ ตามข้อ 3 ถ้าต้องการไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ต้องกลับไปใช้สิทธิฯ ในวันที่ 8 ก.พ. 69 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้ง ที่ท่านมีชื่ออยู่ (ตามทะเบียนบ้าน) ได้รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1444