เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำเสนอผลการดำเนินงานและแผนเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งของจังหวัดน่าน ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) ณ ห้องประชุมเจ้าอนันตวรฤทธิเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนาน โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อว.เป็นประธานการประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือ ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ การป้องกันปัญหาอุทกภัย การจัดการในภาวะฉุกเฉิน การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย และการฟื้นฟูหลังเกิดสถานการณ์อุทกภัย
โดยจังหวัดน่านเป็น 1 ใน 3 จังหวัดที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ ในการนำเสนอ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้สรุปบทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2568 พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของพื้นที่ ทั้งลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าต้นน้ำ และข้อจำกัดด้านพื้นที่กักเก็บน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุทกภัยและภัยแล้งในหลายพื้นที่ของจังหวัด
จังหวัดน่านได้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ จัดตั้งศูนย์วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดน่าน (JIC) พร้อมอัปเดตข้อมูลวันละ 2 ครั้ง รวมถึงนำระบบ 9NANT มาใช้บริหารจัดการข้อมูลด้านภัยพิบัติ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถวางแผนและสั่งการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
นอกจากนี้ ยังได้เร่งดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำน่านทั้งระบบ เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ และกำลังพลตามระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ พร้อมแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อให้สามารถตอบสนองสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงจัดฝึกซ้อมแผนอพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อสร้างความพร้อมให้กับทุกภาคส่วนก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ในส่วนของแผนระยะยาว จังหวัดน่านยังผลักดันโครงการสำคัญหลายด้าน ทั้งการขุดลอกแม่น้ำน่านเพิ่มเติม การก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วม การติดตั้งแผ่นอลูมิเนียมกั้นน้ำรอบโรงพยาบาลน่าน การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากทั้งอุทกภัยและภัยแล้งในอนาคต
จังหวัดน่านยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในทุกมิติ ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และสร้างความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว