รองนายกฯ “ยศชนัน” ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อำเภอปัว พร้อมเร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยผู้ประสบภัยอีก 14 หลัง
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ทดแทนบ้านของนางกาหลง ลือยศ ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้บ้านพักอาศัยของนางกาหลงถูกกระแสน้ำพัดพาเสียหายทั้งหลัง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 และ 26 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่บ้านเฮี้ย หมู่ที่ 1 ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมติดตามแนวทางและความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ เพื่อให้ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
สำหรับการให้ความช่วยเหลือ คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินระดับอำเภอปัว (ก.ช.ภ.อ.ปัว) มีมติให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นด้านที่อยู่อาศัยแก่นางกาหลง เป็นเงินจำนวน 88,600 บาท ขณะเดียวกัน อำเภอปัวร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี จำนวน 391,000 บาท เพื่อก่อสร้างบ้านพักอาศัยหลังใหม่ทดแทนบ้านเดิมที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง โดยที่บ้านหลังใหม่ใช้แบบบ้านผู้ประสบภัย รูปแบบเป็นบ้าน 2 ชั้น มีใต้ถุนสูง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 43.50–56 ตารางเมตร ประกอบด้วย 1 ห้องนอน และ 1 ห้องน้ำ โดยก่อสร้างให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยและช่วยให้ครอบครัวผู้ประสบภัยมีที่พักพิงที่ปลอดภัยและมั่นคงในระยะยาว
นอกจากนี้ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดน่านยังได้สำรวจบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่านเพิ่มเติมอีก 14 หลัง และจังหวัดได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย โดยนำแบบบ้านไทยช่วยไทย บ้านผู้ประสบภัยของกรมโยธาธิการและผังเมืองมาใช้เป็นแนวทาง ซึ่งมีต้นทุนวัสดุอุปกรณ์และค่าก่อสร้างประมาณ 480,000 บาทต่อหลัง
อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 กำหนดวงเงินช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยไว้ที่ 88,600 บาทต่อหลัง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการก่อสร้างบ้านใหม่ทดแทนหลังเดิมที่เสียหายทั้งหลัง จังหวัดน่านจึงมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับส่วนต่างอีก 391,400 บาทต่อหลัง รวมเป็นเงิน 5,479,600 บาท สำหรับบ้านผู้ประสบภัยทั้ง 14 หลัง
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามขั้นตอน และพิจารณาแนวทางสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอต่อความจำเป็น เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมามีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัยโดยเร็วที่สุด